ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า ริชี ซูแน็ก (Rishi Sunak) นายกรัฐมนตรีแห่งอังกฤษ ประกาศนโยบายควบคุมการสูบบุหรี่ผ่านการทำร่างกฎหมายบุหรี่ใหม่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 

ปัจจุบันกฎหมายอนุญาตให้บุคคลอายุ 18 ปีขึ้นไปซื้อบุหรี่ได้ แต่ร่างกฎหมายใหม่เน้นจำกัดการขายบุหรี่บนเกาะอังกฤษ โดยเพิ่มอายุขั้นต่ำของผู้ได้รับอนุญาตให้ซื้อบุหรี่ 1 ปี ในทุกๆ ปี 

นโยบายกฎหมายนี้จะไม่มีผลต่อผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ซื้อบุหรี่อยู่แล้ว แต่คนรุ่นใหม่ที่เกิดตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นไปจะไม่สามารถซื้อบุหรี่ได้ตลอดชีพ 

ปัจจุบันคนกลุ่มนี้มีอายุ 15 ปี หากกฎหมายผ่านภายในปี 2570 ตามแผนงานของรัฐบาลภายใต้นายกรัฐมนตรรซูแน็ก พวกเขาก็จะไม่สามารถซื้อบุหรี่ได้เลย เพราะอายุขั้นต่ำที่อนุญาตให้ซื้อบุหรี่จะเพิ่มขึ้นในทุกปี 

ทั้งหมดนี้ทีเป้าหมายสร้าง "ประชากรรุ่นใหม่ปลอดบุหรี่" และลดจำนวนการเสียชีวิตจากยาสูบ
อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลจะปราบปรามการขายบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าให้กับผู้มีอายุต่ำกว่าเกณฑ์ โดยมีมาตรการปรับร้านค้าที่ละเมิดข้อบังคับนี้ ณ ที่ซื้อขาย เป็นค่าปรับ 100 ปอนด์ หรือประมาณ 4,600 บาท ผู้ขายยังโดนปรับเพิ่มอีก 2,500 ปอนด์ในชั้นศาล หรือประมาณ 115,000 บาท

กฎหมายใหม่นี้จะใช้บังคับร้านค้าทั่วเกาะอังกฤษ รวมทั้งในร้านค้าปลอดภาษี แต่หากบุคคลซื้อบุหรี่จากต่างประเทศ ก็สามารถหิ้วเข้าสหราชอาณาจักรได้ หากการซื้อขายถูกต้องตามกฎหมายในประเทศต้นทาง
รัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณ 30 ล้านปอนด์ต่อปี หรือ 1,400 ล้านบาทต่อปี เพื่อทำมาตรการกวาดล้างบุหรี่ในตลาดใต้ดิน นอกจากนี้ ยังเตรียมพูดคุยกับรัฐบาลของเวลล์ สก็อตแลนด์ และไอร์แลนด์เหนือ เพื่อบังคับใช้กฎหมายควบคุมบุหรี่ตัวเดียวกัน

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษในปี 2565 ระบุว่า 12.9% ของประชากรอายุ 18 ปีขึ้นไปในสหราชอาณาจักรสูบบุหรี่ คิดเป็น 6.4 ล้านคน นี่เป็นสัดส่วนผู้สูบบุหรี่ที่ต่ำที่สุดตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลในปี 2554 
ประชากรกลุ่มอายุ 25-34 ปี มีสัดส่วนของผู้สูบบุหรี่สูงที่สุด และกลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไปต่ำที่สุด 

ขณะที่อัตราการสูบบุหรี่ในวัยรุ่นอายุ 16-17 ปียังคงสูงในอังกฤษ คิดเป็นอัตราส่วนเกือบ 12% ในเยาวชนอายุ 16-17 ปี แม้เยาวชนอายุ 11-17 ปี จะสูบบุหรี่ลดลงในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา แต่ก็นิยมสูบบุหรี่ไฟฟ้ามากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

รัฐบาลอังกฤษระบุว่า การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิต ความพิการ และความเจ็บป่วยที่สามารถป้องกันได้ ก่อให้เกิดการเสียชีวิตประมาณ 80,000 รายต่อปีทั่วสหราชอาณาจักร และสร้างความสูญเสียทางงบประมาณ 17,000 ล้านปอนด์ต่อปี หรือประมาณ 780,000 ล้านบาท ให้กับบริการสุขภาพแห่งชาติ (National Health Service หรือ NHS) และเศรษฐกิจในภาพรวม 

การสร้าง "ประชากรรุ่นใหม่ปลอดบุหรี่" จะสามารถป้องกันการเกิดโรคหัวใจ หลอดเลือด มะเร็งปอด และโรคอื่นๆในประชากรมากกว่า 470,000 รายภายในศตวรรษนี้

เมื่อบุหรี่เผาไหม้ จะปล่อยสารเคมีที่มีอันตรายออกมาหลายชนิด รวมถึงคาร์บอนมอนอกไซด์ ตะกั่ว และอะโมเนีย ทั้งยังมีส่วนประกอบที่เป็นพิษและก่อให้เกิดมะเร็งมากถึง 70 ชนิด การสูบบุหรี่ยังก่อให้เกิดโรคร้าย เช่น โรคปอด โรคหัวใจ และหลอดเลือด ทั้งยังมีผลต่อการเจริญพันธุ์และการตั้งครรภ์

นอกจากนี้ กฎหมายใหม่ยังเน้นจัดการบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งนิยมในหมู่เด็กรุ่นใหม่ แม้บุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายน้อยกว่าการสูบบุหรี่ แต่นักการแพทย์หลายคนสรุปว่ามันไม่ได้ปลอดภัยกับสุขภาพ ก่อให้เกิดความเสียหายในระยะยาวต่อปอด หัวใจ และสมอง 

ผลเสียของบุหรี่ไฟฟ้าส่งผลให้รัฐบาลอังกฤษประกาศแผนที่ห้ามใช้บุหรี่ไฟฟ้าในเดือน เม.ย. ปีหน้า และทำมาตรการลดความน่าสนใจของหีบห่อบรรจุบุหรี่ไฟฟ้า และเริ่มเรียกเก็บภาษีบุหรี่ไฟฟ้าตั้งแต่เดือน ต.ค. ปี 2569 เป็นต้นไป

ราคาบุหรี่เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมามีผลต่อการเลิกสูบบุหรี่อย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบันบุหรี่ซองขนาดใหญ่ 20 มวนมีราคา 15 ปอนด์ หรือประมาณ 690 บาท ซึ่งรวมภาษีแล้ว 6.33 ปอนด์ หรือ 290 บาท 

การสำรวจความคิดเห็นของชาวอังกฤษจำนวนเกือบ 6,000 คน พบว่าหนึ่งในสี่ของผู้ที่พยายามเลิกบุหรี่มีเหตุผลทางค่าใช้จ่าย ครึ่งหนึ่งมีเหตุผลด้านสุขภาพ 

การทำกฎหมายใหม่ในอังกฤษ เชื่อว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจากนโยบายของนิวซีแลนด์ ซึ่งรัฐบาลก่อนหน้านี้วางแผนทำมาตรการห้ามเยาวชนที่เกิดหลังปี 2551 ซื้อบุหรี่หรือผลิตภัณฑ์ยาสูบตลอดชีวิต แต่รัฐบาลปัจจุบันกลับยกเลิกแผนการนี้ในเดือน พ.ย. ปี 2566 เพื่อประโยชน์ทางภาษี

เม็กซิโกเป็นประเทศที่มีกฎหมายต้านการสูบบุหรี่เข้มงวดที่สุดในโลก รวมถึงการห้ามสูบบุหรี่ที่ชายหาด สวนสาธารณะ และบ้านในบางกรณี

ขณะที่รัฐบาลโปรตุเกสมีเป้าหมายสร้างประชากรรุ่นใหม่ปลอดบุหรี่ภายในปี 2583 และวางแผนผ่านกฎหมายห้ามขายบุหรี่ในบาร์ ร้านกาแฟ และปั๊มน้ำมัน

รัฐบาลแคนาดามีแผนลดการใช้บุหรี่ให้น้อยกว่า 5% ภายในปี 2578 และเป็นประเทศแรกในโลกที่ศาลมีคำสั่งเมื่อต้นปีนี้ให้ผู้ผลิตบุหรี่พิมพ์คำเตือนสุขภาพบนซองบุหรี่

อ่านข่าวต้นฉบับ:
https://www.bbc.com/news/health-68825322