ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ที่ผ่านมา ลิซ่า แม็คเคนดริค คาลเดอร์ (Lisa McKendrick Calder) ลีนเน่ โทโปลา (Leanne Topola) และ ธันยา ฮูเวอร์ (Tanya Heuver) อาจารย์ด้านการพยาบาลจากมหาวิทยาลัยแม็คอีวาน (MacEwan University) ในแคนาดา ร่วมกันแสดงความเห็นผ่านบทความที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ The Conversation ระบุว่า ความต้องการบริการด้านพยาบาลในแคนาดาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เกินกว่าที่พยาบาลในระบบสุขภาพจะรับไหว 

ทั้งนี้สถิติแรงงานในปี 2564-2565 ชี้ว่า อาชีพพยาบาลมีตำแหน่งว่างงานมากกว่าอาชีพอื่น และต้องทำงานล่วงเวลามากกว่าวิชาชีพอื่น

การสำรวจในปี 2565 พบว่า แคนาดาขาดแคลนพยาบาลมากถึง 6 หมื่นตำแหน่ง และมีแนวโน้มขาดแคลนพยาบาลมากขึ้นอีกสองเท่าภายในปี 2573 หรือขาดแคลนประมาณ 117,000 ตำแหน่ง

สหพันธ์พยาบาลแห่งแคนาดา (Canadian Federation of Nursing Unions หรือ CFNU) ทำการสำรวจพยาบาล 5,595 คนในต้นปีนี้ พบว่า 30% ของผู้เข้าร่วมการสำรวจระบุถึงความไม่พอใจในอาชีพของตนเอง อัตราส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 35% ในกลุ่มพยาบาลที่เพิ่งเริมงาน อีก 40% มีแผนลาออกจากอาชีพพยาบาลหรือเกษียณจากงาน

ความไม่พอใจที่ว่าเกิดจากความผิดหวังต่อวิชาชีพ เมื่อเผชิญกับภาระงานหนักและจำนวนบุคลากรที่ไม่เพียงพอ ผู้เข้าร่วมการสำรวจมากถึง 70% ระบุว่าพวกเขาต้องดูแลผู้ป่วยในจำนวนที่เกินกว่าความจุเตียงของโรงพยาบาล

มีรายงานว่าพยาบาลในห้องดูแลหลังคลอดของแคนาดาทำงานเกินกว่า 102% ของภาระงาน ทำให้ทารกไม่ได้รับอาหารเพียงพอ เพราะพยาบาลมีภาระงานหลายด้าน

ขณะเดียวกัน ความต้องการพยาบาลจากฝั่งผู้ป่วยไม่เคยลดลง มีแต่จะเพิ่มขึ้น พยาบาลมักต้องทำงานแทนบุคลากรทางการแพทย์สาขาอื่นที่ขาดแคลน 

ผู้เข้าร่วมการสำรวจ 42% ระบุว่าตนโดนโยกย้ายไปทำงานในสาขาที่ไม่ถนัด ยกตัวอย่างเช่น พยาบาลจำนวนหนึ่งต้องทำงานด้านกายภาพบำบัดแทนบุุคลากรที่ขาดแคลนในสาขานี้ ขณะที่บางคนถนัดงานในสายศัลยกรรมกระดูก แต่ถูกโยกมาช่วยงานด้านระบบประสาท 

ภาระงานเกินตัวทำให้พยาบาลมีภาวะกังวล ทั้งในด้านการให้บริการผู้ป่วยที่ไม่ได้คุณภาพตามมาตรฐาน ผลลัพธ์ในการรักษา และการรักษาตำแหน่งงาน ทำให้เผชิญกับความทุกข์ใจ อละตั้งคำถามต่อจรรยาบรรณวิชาชีพของตนจนอยากลาออกจากงาน

การสำรวจพบว่า 93% ของพยาบาลมีอาการหมดไฟ 62% ทำงานล่วงเวลาในช่วงเวลา 1 เดือนก่อนตอบแแบบสำรวจ ขณะที่การสำรวจในปี 2566 พบว่า พยาบาลในรัฐแมนิโทบา ทำงานล่วงเวลารวมกันมากกว่า 1 ล้านชั่วโมง

นี่เกิดขึ้นเพราะพยาบาลมักถูกเรียกร้องให้ทำงานเกินเวลา และไม่สามารถพักผ่อนอย่างเพียงพอระหว่างเปลี่ยนกะ หากปฏิเสธการทำงานล่วงเวลา ก็อาจทำให้รู้สึกผิดเพราะมีจรรยาบรรณค้ำคอ 

จรรยาบรรณวิชาชีพ ระบุว่า พยาบาลมีหน้าที่ดูแลผู้ป่วยที่ได้รับมอบหมาย จนกระทั่งพวกเขาถูกย้ายไปยังผู้ให้บริการดูแลอื่นๆ หากไม่ดูแลอย่างเต็มความสามารถ ก็ถือว่าพยาบาลทอดทิ้งผู้ป่วย

การศึกษาของสหพันธ์พยาบาลแห่งแคนาดาพบว่า การทำงานล่วงเวลามากเกินไปส่งผลต่อคุณภาพการบริการ เมื่อพยาบาลเหนื่อยล้า ย่อมมีพลังกาย สมาธิ และความเห็นอกเห็นใจลดลง ทั้งยังก่อให้เกิดความเสี่ยงรักษาผู้ป่วยผิดพลาด 

พยาบาลมีอัตราการลางานเพราะความเจ็บป่วยโดยเฉลี่ย 19 วันในปี 2565 เพิ่มจาก 14.7 วันในปี 2563 มากกว่าอัตราการลาของเจ้าหน้าที่รัฐและพนักงานเอกชนถึงสองเท่า

นักวิชาการทั้งสามจากมหาวิทยาลัยแม็คอีวานย้ำว่า หากปัญหานี้ไม่มีการแก้ไข จะส่งผลต่อการเข้าถึงบริการสุขภาพของชาวแคนาดาทั้งหมด 
แม้หน่วยงานด้านสุขภาพในแคนาดาพยายามเพิ่มแรงงาน ด้วยการจ้างพนักงานดูแลสุขภาพและพยาบาลปฏิบัติการรับจ้างเพื่อมาช่วยเสริมงานด้านการพยาบาล และทำแนวทางการดูแลพยาบาลให้อยู่ในระบบอย่างยั่งยืน แต่ก็ยังคงประสบปัญหาขาแคลนพยาบาล

นักวิชาการระบุว่า นี่เป็นปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้โดยกลุ่มพยาบาล แต่ชาวแคนาดาทุกคนต้องช่วยกันเรียกร้องและส่งเสริมสภาพการทำงานที่ดีของพยาบาลร่วมกัน มิเช่นนั้น ระบบสุขภาพอาจไม่ยั่งยืนและพร้อมรับผู้ป่วยทุกคน 


อ่านบทความต้นฉบับ:
https://theconversation.com/how-the-nursing-shortage-is-affecting-the-health-care-system-patients-and-nurses-themselves-228259