ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ปลัด สธ. มอบนโยบายแพทย์-ทันตแพทย์บรรจุใหม่ แนะแนวทางการดำเนินงาน 30 ปีชีวิตราชการ สั่งสมประสบการณ์ ให้ความสำคัญกับวินัย เป็นข้าราชการที่ดีและเป็นกำลังพัฒนาประเทศ พร้อมย้ำผู้บริหาร นพ.สสจ.-ผอ.รพ. ดูแลค่าตอบแทน-ภาระงาน-ความก้าวหน้า-การศึกษา-ประสบการณ์


นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยถึงการมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติราชการแก่แพทย์และทันตแพทย์ที่บรรจุเป็นข้าราชการใหม่ เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2567 ระบุว่า ได้ให้หลักคิดในการตั้งเป้าหมายและสั่งสมประสบการณ์ในชีวิตราชการ ซึ่งจะมีระยะเวลาประมาณ 30 ปีก่อนที่จะเกษียณ โดยแบ่งเป็น 3 ช่วง

ทั้งนี้ ในช่วง 10 ปีแรก ให้เรียนรู้ ฝึกฝน สร้างทักษะทางวิชาชีพ เพื่อพัฒนาไปสู่ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทั้งในระดับประเทศ ระดับนานาชาติ และระดับโลก ช่วง 10 ปีที่สอง เรียนรู้ระบบการบริหารจัดการ ภายใต้การให้คำแนะนำ ปรึกษาจากผู้ที่มีประสบการณ์ภายในหน่วยงาน เพื่อนำมาพัฒนาตนเองให้มีความก้าวหน้าในวิชาชีพ และเติบโตไปสู่ระดับผู้บริหารในอนาคต

ในส่วนของช่วง 10 ปีสุดท้าย เป็นการบูรณาการทักษะต่างๆ นอกเหนือจากด้านสาธารณสุข ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้ตอบโจทย์นโยบายสำคัญของประเทศ ทั้งนี้ ต้องให้ความสำคัญกับการมีวินัยของข้าราชการ ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินงานร่วมกันของคนในองค์กรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

นพ.โอภาส กล่าวว่า สำหรับผู้บริหาร โดยเฉพาะนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) และผู้อำนวยการโรงพยาบาล ได้ย้ำถึงความสำคัญในการดูแลข้าราชการใหม่ ทั้งสายงานแพทย์ ทันตแพทย์ และสหวิชาชีพอื่นๆ ให้มีความเป็นอยู่และประสบการณ์การทำงานที่ดี เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีคุณภาพ

พร้อมกันนี้ให้คำนึงถึงความต้องการของข้าราชการใหม่ 5 เรื่อง คือ 1. ค่าตอบแทน แม้สายงานแพทย์และทันตแพทย์ ถือว่าได้รับเงินเดือนและค่าตอบแทนในอัตราที่สูงเมื่อเทียบกับวิชาชีพอื่นๆ แต่หากเทียบกับภาคเอกชนยังแตกต่างกัน ซึ่งสิ่งสำคัญที่ได้จากภาคราชการคือ ความเชิดชูเกียรติแก่วงศ์ตระกูล

2. ภาระงาน ซึ่งการคำนึงถึงประโยชน์ของราชการและประชาชนเป็นสำคัญ อาจส่งผลให้ภาระงานของแพทย์ค่อนข้างสูง ดังนั้นขอให้ดูแลและให้ความสำคัญกับชั่วโมงการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะนอกเวลาราชการที่ปัจจุบันยังมีค่าเฉลี่ยเกินกว่า 40 ชั่วโมง/สัปดาห์ ต้องผลักดันให้ลดลง เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างคุณภาพชีวิตและการทำงาน ส่วนการปฏิบัติงานในห้องฉุกเฉิน ให้จัดแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้คำปรึกษากับแพทย์จบใหม่ และระมัดระวังการดูแลผู้ป่วยเด็กและหญิงตั้งครรภ์ รวมทั้งห้ามปฏิเสธการรับส่งต่อผู้ป่วย

3. ความก้าวหน้าในวิชาชีพ สายงานแพทย์/ทันตแพทย์ แม้จะมีเส้นทางความก้าวหน้าในวิชาชีพถึงระดับเชี่ยวชาญ แต่ก็มีการทำงานร่วมกันกับบุคลากรหลากหลายวิชาชีพ ควรให้เกียรติและเคารพวิชาชีพอื่นๆ 4. การศึกษาต่อ เมื่อปฏิบัติงานชดใช้ทุนครบ 3 ปี สายงานแพทย์สามารถลาศึกษาต่อแพทย์ประจำบ้านในสาขาต่างๆ รวมถึงการศึกษาต่อยอดได้หลากหลาย ส่วนทันตแพทย์ ปัจจุบัน สธ. มีนโยบายยกระดับบริการด้านทันตกรรม โดยจะให้มีโรงพยาบาลทันตกรรมในทุกจังหวัด ซึ่งจะทำให้ทันตแพทย์ได้ศึกษาต่อยอดและให้บริการด้านทันตกรรมที่หลากหลาย 5. การสั่งสมประสบการณ์ โดยจัดให้แพทย์จบใหม่ได้รับการเพิ่มพูนทักษะควบคู่ไปกับการดูแลผู้ป่วย