ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

วัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกชนิดใหม่ที่ชื่อว่า ‘TAK-003’ ได้รับการประกาศรับรองเบื้องต้นโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2567 ที่ผ่านมา นับเป็นวัคซีนไข้เลือดออกตัวที่ 2 ที่ผ่านการรับรองเบื้องต้นโดย WHO ถัดจาก ‘CYD-TDV’ ซึ่งเป็นวัคซีนไข้เลือดออกตัวแรกที่ถูกรับรองและฉีดให้กับคนทั่วโลก

สำหรับวัคซีน TAK-003 ถูกผลิตและคิดค้นขึ้นโดยบริษัทยาชื่อว่า Takeda เพื่อเป็นวัคซีนสำหรับป้องกันโรคไข้เลือดออก โดยในวัคซีนจะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสเดงกี 4 สายพันธุ์ ที่ทำให้เกิดโรคไข้เลือดออกในรูปแบบอ่อนแรง

ดร.โรเจอริโอ กัสปาร์ (Dr.Rogerio Gaspar) ผู้อำนวยการปฏิบัติการด้านกฎระเบียบและการรับรองคุณภาพเบื้องต้น WHO ระบุว่า การรับรองวัคซีนตัวใหม่ในครั้งนี้ จะถือเป็นก้าวสำคัญของการเข้าถึงวัคซีนไข้เลือดออกทั่วโลก และช่วยเพิ่มความมั่นใจได้ว่าจะทำให้เกิดการต่อยอดพัฒนาวัคซีนมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้วัคซีนไข้เลือดออกเข้าถึงทุกชุมชนที่ต้องการได้

ทั้งนี้ WHO เคยประมาณการเอาไว้ว่าในแต่ละปี ทั่วโลกจะเจอผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกได้สูงถึง 100-400 ล้านคน โดยพื้นที่การระบาดส่วนใหญ่ชุกอยู่ในทวีปเอเชีย และแอฟริกา นอกจากนี้ยังคาดการณ์ว่าในอนาคตจะมีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกที่เพิ่มมากขึ้น ด้วยสาเหตุสำคัญมาจากการขยายตัวทางภูมิศาสตร์ ที่มีผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 

อย่างไรก็ตาม WHO ได้ยืนยันถึงมาตรการป้องกันไข้เลือดออก ที่นอกเหนือไปจากการดูแลสภาพแวดล้อมไม่ให้มีน้ำขัง อันเป็นบ่อเกิดเพาะพันธุ์ยุงลาย รวมถึงการนอนในมุ้งป้องกันยุงกัด ฯลฯ ก็คือการได้รับวัคซีนป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ และเข้าถึงวัคซีนได้อย่างเท่าเทียม

ในส่วนของประเทศไทย มีการพบผู้ป่วยไข้เลือดออกสูงถึง 1.5 แสนคน ในปี 2566 ซึ่งเพิ่มจำนวนขึ้นจากปี 2565 กว่า 3 เท่า และมีจำนวนผู้เสียชีวิตที่ยืนยันแล้ว 168 ราย

ขณะเดียวกันในช่วงต้นปี 2567 ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ระบุว่า ในเดือน ม.ค. 2567 พบผู้ป่วยไข้เลือดออกมากถึง 8,197 ราย ซึ่งมากกว่าช่วงเดียวกันของปี 2566 ถึง 1.9 เท่า โดยส่วนใหญ่ที่พบมากที่สุดเป็นเด็กอายุ 5-14 ปี

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกในประเทศไทย ปัจจุบันยังไม่ได้ถูกจัดให้เป็นสิทธิประโยชน์ทางสุขภาพแก่ประชาชนทั่วไป ซึ่งหากประชาชนมีความประสงค์ต้องการฉีดวัคซีน พบว่าโรงพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชนหลายแห่ง มีการให้บริการวัคซีนทั้ง 2 ชนิดที่ WHO รับรองไว้ แต่ประชาชนก็จะต้องชำระค่าใช้จ่ายเอง

ตัวอย่างเช่นข้อมูลจากเว็บไซต์ของ โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ระบุรายละเอียดของการให้บริการวัคซีนทั้ง 2 ชนิด เริ่มจากวัคซีน CYD-TDV ช่วยป้องกันการนอนโรงพยาบาลจากไข้เลือดออกได้ในระยะ 4 ปี ถึง 66% โดยจะฉีด 3 เข็มในระยะ 1 ปี ราคาเข็มละ 2,910 บาท ไม่รวมค่าบริการ ซึ่งผู้ที่ฉีดได้จะมีอายุระหว่าง 6-45 ปี

ในส่วนของวัคซีน TAK-003 ซึ่งเป็นวัคซีนตัวใหม่ที่มีการรับรองจาก WHO ช่วยป้องกันการนอนโรงพยาบาลจากไข้เลือดออกได้ในระยะ 4.5 ปี ถึง 90% โดยจะฉีด 2 เข็ม ในระยะ 3 เดือน ราคาเข็มละ 1,639 บาท ไม่รวมค่าบริการ ซึ่งผู้ที่ฉีดได้จะมีอายุระหว่าง 4-60 ปี แต่วัคซีนทั้ง 2 ชนิดก็ไม่สามารถฉีดให้กับหญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องได้


อ้างอิง 
https://www.who.int/news/item/15-05-2024-who-prequalifies-new-dengue-vaccine
https://www.tropmedhospital.com/knowledge/dengue-vac.html