ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

สปสช. พร้อมทีมพัฒนา “ถุงทวารเทียมในบัญชีนวัตกรรมไทย” ลงพื้นที่ รพ.อุดรธานี และ รพ.หนองคาย รับฟังความเห็นและรวบรวมเป็นข้อมูลสู่การพัฒนาและปรับปรุง เพื่อตอบสนองการใช้งาน “ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ที่ผ่าตัดเปิดทวารเทียม” มุ่งลดนำเข้าจากต่างประเทศ


นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) พร้อมด้วย ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ผศ.ดร.สุดสวาสดิ์ ดวงศรีไสย์ รองภารกิจส่งเสริมระบบการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ดร.จิตติ์พร ธรรมจินดา ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) รศ.นพ.วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ สถาบันวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เดินทางลงพื้นที่ รพ.อุดรธานี และ รพ.หนองคาย เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะนำจากหน่วยบริการ ในการใช้อุปกรณ์เก็บของเสียจากลำไส้ในผู้ป่วยผ่าตัดเปิดทวารเทียม (Colostomy bag) หรือถุงทวารเทียม ที่เป็นผลิตภัณฑ์จากบัญชีนวัตกรรมไทย

ทั้งนี้ ถุงทวารเทียมได้พัฒนาโดยฝีมือคนไทย จากความร่วมมือบริษัทเอกชน และมี รศ.นพ.วรวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ สถาบันวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย มีวัตถุประสงค์เพื่อทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ ใช้ยางพาราเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิต ปัจจุบันได้บรรจุในบัญชีนวัตกรรมไทยและชุดสิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) และมีโรงพยาบาลหลายแห่งจัดซื้อ และนำไปใช้กับผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ที่ผ่าตัดเปิดทวารเทียมแล้ว

สำหรับข้อคิดเห็นจากหน่วยบริการที่สะท้อนมานั้น อาทิ แป้นปิดรอบลำไส้มีความแข็งกว่าผลิตภัณฑ์ต่างประเทศ ซึ่งก่อนการใช้งานจึงต้องทำการนวดแป้นก่อนประมาณ 30-60 วินาที เพื่อให้เกิดความอ่อนตัวและแนบสนิทกับผิวหนังหน้าท้องได้ง่าย การติดถุงเก็บสิ่งขับถ่ายจากลำไส้เข้ากับแป้นปิดรอบลำไส้ใช้งานยาก เพราะต้องประกบทั้ง 2 ส่วนเข้าด้วยกัน 2-3 ครั้ง จึงจะแนบสนิทกันได้ รวมถึงความติดแน่นของกาวแป้นปิดรอบลำไส้ ด้วยคุณสมบัติของยางพาราทำให้แผ่นปิดรอบลำไส้สามารถติดกับผิวหนังได้อย่างเหนียวแน่นเป็นเวลานาน จึงควรพัฒนาให้การติดแน่นของแป้นกับผิวหนังค่อยๆ ลดลงตามระยะเวลา ให้ผู้ป่วยลอกแป้นปิดรอบลำไส้ได้ง่ายขึ้น