ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ปลัด สธ. ประชุมผู้บริหารสัญจร มอบแนวทางการป้องกันและจัดการ "ความรุนแรงในโรงพยาบาล" เป็นนโยบาย กำชับทุกจังหวัดเร่งรัดบูรณาการแก้ปัญหายาเสพติด ให้จังหวัดที่มีความพร้อมดำเนินการยกระดับ "30 บาทรักษาทุกที่ฯ" ได้ทันที


เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2567 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานประชุมสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขส่วนกลางและส่วนภูมิภาคนอกสถานที่ ครั้งที่ 3/2567 โดยมีผู้บริหารระดับสูงและหน่วยงานระดับกองในส่วนกลาง และผู้บริหารหน่วยงานส่วนภูมิภาคร่วมประชุม ซึ่งได้มีการให้แนวทางการป้องกันและจัดการความรุนแรงในโรงพยาบาล โดยประกาศเป็นนโยบาย พร้อมทบทวนแผนให้เป็นปัจจุบัน และสื่อสารถึงบุคลากรทุกคนในหน่วยงานให้เกิดความเข้าใจสามารถปฏิบัติตามได้ถูกต้อง และฝึกซ้อมแผนเป็นระยะ

1

พร้อมกันนี้ยังให้จัดระบบความปลอดภัยในโรงพยาบาล อาคาร หอผู้ป่วย ห้องฉุกเฉิน สื่อสารให้ประชาชนหรือผู้รับบริการทราบ, จัดระบบเตือนภัยและกล้องวงจรปิดในบริเวณที่มีความเสี่ยง และมีระบบรายงานเมื่อเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง เพื่อให้เกิดการจัดการที่เหมาะสม สามารถพัฒนาระบบต่อไปได้ และจัดระบบการช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาเจ้าหน้าที่และผู้ได้รับผลกระทบหลังเกิดเหตุการณ์

ขณะเดียวกันยังได้มีการกำชับการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งรัดของรัฐบาล ให้ทุกจังหวัดเน้นการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการด้วยกลไกคณะกรรมการระดับจังหวัด ตามแนวทาง Patient Journey นำข้อมูลจาก Dash Board ไปใช้ประโยชน์ และสื่อสารให้ถึงระดับผู้ปฏิบัติ, การยกระดับ 30 บาทรักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว ให้จังหวัดที่มีความพร้อมดำเนินการในระดับจังหวัดได้ทันที โดยให้ความสำคัญกับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ด้วย

รวมไปถึงโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 ก.ค. 2567 ให้เร่งรัดการยกระดับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช โรงพยาบาลชุมชนเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลชัยพัฒน์ และหน่วยบริการปฐมภูมิ 72 แห่ง รวมถึงขอให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) ให้การสนับสนุนโครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกัน อัมพาต ครั้งที่ 10 เพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ

2

2

สำหรับการประชุมสัญจรครั้งนี้ ผู้บริหารที่เข้าร่วมประชุมได้มีโอกาสศึกษาดูงานใน 3 ประเด็นสำคัญของ จ.นครศรีธรรมราช คือ 1. การพัฒนาระบบบริการ ได้แก่ การใช้ AI ในการเอกซ์เรย์ปอด ตรวจจอประสาทตา เขียนผลการตรวจของแพทย์, ศูนย์โรคหัวใจครบวงจร, ศูนย์โรคมะเร็ง ที่ โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช 2. Smart Environment ปรับภูมิทัศน์โรงพยาบาลให้ทันสมัยเอื้อต่อการจัดบริการประชาชน ที่ โรงพยาบาลขนอม

3. Smart Hospital นำเทคโนโลยีมาช่วยจัดการระบบบริการ และอำนวยความสะดวกบุคลากรในการทำงาน ที่ โรงพยาบาลพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการจัดบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขและนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมตามบริบทของแต่ละโรงพยาบาลให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนที่เข้ารับบริการ

5

4