ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

สปสช. เผยสั่งซื้อยาตรงกับสภากาชาดฯ เป็นการพลิกโฉมการจัดหายาพลาสมาให้บัตรทองใหม่ ประหยัดได้ปีละ 20 ล้าน ชี้ข้อดี ผู้ป่วยโรครุนแรงเข้าถึงยาได้ทันที ส่วน รพ. มียาพร้อมใช้รักษาตามต้องการ แต่ยังเริ่มไม่ได้ รอ ครม. ไฟเขียวเร็วๆ นี้


ภก.คณิตศักดิ์ จันทราพิพัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนการเข้าถึงบริการปฐมภูมิ และการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยกับ ‘The Coverage’ ว่า จากที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2567 มีมติเห็นชอบให้ สปสช. จัดหายาและผลิตภัณฑ์จากพลาสมาโดยตรงจากสภากาชาดไทย โดยให้ส่งผลมติให้กับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้อนุมัติเห็นชอบตามที่บอร์ด สปสช. เสนอนั้น จะเป็นการเปลี่ยนการจัดหายาและผลิตภัณฑ์จากพลาสมาใหม่ ซึ่งจะช่วยให้ สปสช. ประหยัดงบประมาณไปได้ถึงปีละ 20 ล้านบาท รวมไปถึงสภากาชาดไทยยังจัดส่งยา ผลิตภัณฑ์ไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ได้ 

1

ภก.คณิตศักดิ์ กล่าวอีกว่า แม้บอร์ด สปสช. จะมีมติไปแล้ว แต่การดำเนินการยังต้องรอให้ ครม. อนุมัติเพื่อให้สภากาชาดไทย เป็นหน่วยบริการของรัฐที่ สปสช. สามารถจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ในรายการชุดสิทธิประโยชน์ได้ ซึ่งคาดว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สธ. ในฐานะประธาน บอร์ด สปสช. จะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ในเร็วๆ นี้ และหากอนุมัติแล้วก็สามารถเริ่มกระบวนการจัดซื้อยาจากสภากาชาดไทยได้ทันที

อย่างไรก็ตาม การสั่งซื้อยาและผลิตภัณฑ์จากพลาสมาของ สปสช. ใหม่นี้ เป็นการเพิ่มเติมให้สั่งซื้อกับสภากาชาดไทย ที่ก็เป็นหน่วยงานรัฐเหมือนกัน และมีศักยภาพในการผลิตยาและผลิตภัณฑ์จากพลาสมา ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้เกิดความมั่นคงทางยา และยังทำให้เกิดประโยชน์ในการรักษา รวมไปถึงเป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วย และสามารถประหยัดงบประมาณในการจัดหายา 

"นอกจากงบประมาณที่จะลดลงไปได้ปีละ 20 ล้านบาทแล้ว ในส่วนประชาชนผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับยาพลาสมาเพื่อรักษาโรค ซึ่งเป็นยาราคาแพง และส่วนใหญ่ใช้กับโรคที่มีอาการรุนแรง ก็ได้เข้าถึงยาที่มีอยู่ในโรงพยาบาลได้ทันที" ภก.คณิตศักดิ์ กล่าว