ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

จากเมื่อ 2 เดือนก่อนที่นักวิจัยด้านการแพทย์ และหัวหน้ากลุ่มนักวิทยาศาสตร์ระดับสูงขององค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า มีความกังวลเกี่ยวกับ “ไข้หวัดนก” หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H5N1 ว่าอาจแพร่ระบาดจาก “สัตว์ปีก” ไปสู่ “สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม” ได้ (เมื่อ 'ไข้หวัดนก' กำลังมองหาพาหะใหม่ WHO จับตาแพร่จาก 'สัตว์ปีก' สู่ 'สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม' | TheCoverage.info)

ภายหลังในเดือน มี.ค. 2567 ที่สหรัฐอเมริกา มีการตรวจพบผู้ป่วยรายหนึ่งที่ติดเชื้อไข้หวัดนก ทั้งที่ไม่เคยสัมผัสสัตว์ปีกใดๆ เลย มีเพียงการสัมผัส “วัว” จากการทำฟาร์มโคนม ซึ่งต่อมาพบอีกว่าวัวในฟาร์มที่เขาทำงานมีผลเป็นบวก ซึ่งหมายถึงติดไข้หวัดนกเช่นกัน 

1

อย่างไรก็ดี ขณะนั้นยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า H5N1 สามารถแพร่จากคนสู่คนได้ แต่ด้วยในรอบ 2 ปีที่ผ่านมาซึ่งพบว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีผลตรวจว่าติดเชื้อไข้หวัดนกเพิ่มขึ้น จึงมีการส่งเสียงให้ทุกประเทศจับตาดูอย่างใกล้ชิด

ปัจจุบันมีการพบว่าการติดเชื้อไข้หวัดนกจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมได้ขยายพื้นที่แพร่เชื้อจากทวีปอเมริกาเหนือและใต้ ไปสู่พื้นที่บางประเทศในทวีปยุโรป กระนั้นก็ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับการแพร่เชื้อจากคนสู่คนแต่อย่างใด

ทว่า แม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อไข้หวัดนกจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมยังไม่สูงมาก แต่แน่นอนว่าการแพร่ระบาดจากสัตว์ปีกสู่คน ก็เป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้เช่นกัน เพราะการแพร่เชื้อของไข้หวัดนก ยังมีการแพร่ระบาดอยู่ในหลายประเทศ และอาจทำให้ความกังวลที่ว่าไข้หวัดนกจะขยายพาหะไปสู่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเกิดเพิ่มขึ้นด้วย หรือมากกว่านั้นคือการมีผู้ติดเชื้อดังกล่าวโดยไม่ทราบสาเหตุ 

เช่นกรณีล่าสุด ตามการรายงานของ WHO เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2567 ที่พบว่า มีชายชาวเม็กซิโกวัย 59 ปี ซึ่งมีโรคไตวายเรื้อรัง และโรคเบาหวานเป็นโรคประจำตัวอยู่ และติดเชื้อไข้หวัดนกชนิด H5N2 ก่อนจะเสียชีวิตใน 1 สัปดาห์ต่อมา  ทว่า ประเด็นสำคัญคือสาเหตุการติดเชื้อยังคงเป็นปริศนา เพราะการสืบค้นเบื้องต้นไม่พบว่าเขาติดเชื้อจากสัตว์ปีก หรือ สัตว์อื่นแต่อย่างใด หรือแม้แต่การติดเชื้อจากคนสู่คนก็ตาม

อีกทั้งเมื่อดูในรายละเอียดของอาการเปรียบเทียบกับกรณีก่อนหน้าก็พบว่ามีความแตกต่างกันอยู่พอสมควร โดยผู้ติดเชื้อ 2 รายที่คาดว่าติดเชื้อจากฟาร์มโคนมในสหรัฐอเมริกา เบื้องต้นมีเพียงแค่อาการตาอักเสบ และไม่มีอาการทางเดินใจหายใจ ส่วนผู้ติดเชื้อจากเม็กซิโกมีอาการไข้ขึ้น หายใจลำบาก และท้องร่วง ก่อนถูกนำส่งโรงพยาบาล และตรวจพบเชื้อในที่สุด
 
นี่ถือเป็นอีกสัญญาณเตือนให้ทุกประเทศเฝ้าระวัง รวมถึงประเทศไทยเองด้วย 

เพราะแม้ว่าเชื้อไข้หวัดนกที่สามารถแพร่เชื้อสู่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ยังไม่มีการรายงานว่าภายในทวีปเอเชียเกิดการแพร่ระบาดรูปแบบดังกล่าว รวมถึงไทยมีคาดการณ์ที่สอดคล้องกับ WHO ว่า มีความเสี่ยงต่ำ แต่ในละแวกประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะกัมพูชา หรือลาว ก็ยังพบการแพร่ระบาดอยู่

2

กระทั่งประเทศที่ไม่มีการติดเชื้อไข้หวัดนกมานาน กลับเริ่มพบเชื้อดังกล่าวด้วย อย่างข้อมูลล่าสุดจาก สำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuter) ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งรายงานว่ามีเด็กหญิงอายุเพียง 4 ปีจากประเทศอินเดีย ติดไข้หวัดนกชนิด H9N2 จากการสัมผัสสัตว์ปีกบริเวณที่พักอาศัย ความน่าสนใจของผู้ป่วยรายนี้ คือเป็นผู้ป่วยรายที่สองของประเทศอินเดีย นับตั้งแต่พบผู้ป่วยรายแรกในอินเดียเมื่อปี 2562  

มากไปกว่านั้น เมื่อกางรายงานสถานการณ์โรคไข้หวัดนกในสัตว์ปีกทั่วโลก เดือน พ.ค. 2567 ของ สำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบอีกว่า เชื้อไข้หวัดนกยังมีการแพร่กระจายอยู่ใน 8 ประเทศในทวีปเอเชีย คือ ญี่ปุ่น เกาหลี กัมพูชา จีน ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน ลาว และอินเดีย 

ทว่า ก็ถือเป็นทิศทางที่ดีที่ไทยก็ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อสิ่งเหล่านี้ หรือไม่มีแนวทางเพื่อรับมือเชื้อไวรัสดังกล่าวแต่อย่างใด แต่ตระหนักและเตรียมพร้อมรับมืออยู่ เห็นได้จากล่าสุดเมื่อวันที่ 6 มิ.ย 2567 ที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติว่า ได้มีการพูดคุยเบื้องต้นแล้ว หลังทราบรายงานผู้เสียชีวิตเพียงไม่นาน โดยความเสี่ยงในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ประเทศไทยมีทีมวิชาการคอยติดตามอยู่แล้วและประเทศไทยยังคงไร้ความเสี่ยงจากโรคดังกล่าว

ด้าน กรมควบคุมโรค สธ. เองก็ได้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังโรคทั้งในคนและสัตว์เรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะช่องทางเข้าออกที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน และมีมาตรการร่วมกับเครือข่ายในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคในคน 4 ข้อด้วยกัน ประกอบด้วย  1. ติดตาม และประเมินความเสี่ยงของสถานการณ์โรคทั้งในคนและสัตว์อย่างต่อเนื่อง 

2. เตรียมพร้อมหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อทั้งในระดับจังหวัด และอำเภอ ในการดำเนินการสอบสวน และควบคุมโรคร่วมกับกรมปศุสัตว์และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชในพื้นที่ 3. แจ้งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศให้เฝ้าระวังผู้ป่วยทั้งในโรงพยาบาลและชุมชน โดยเฉพาะจังหวัดที่มีช่องทางเข้าออกติดต่อกับพื้นที่ที่พบการระบาด และ 4. สื่อสารความเสี่ยง และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคไข้หวัดนกในพื้นที่

อนึ่ง ประเทศไทยไม่พบผู้ติดเชื่อมาตั้งแต่ปี 2550 หรือกว่า 17 ปีแล้ว โดยมียอดผู้ป่วยไข้หวัดนกในไทยรวมทั้งหมดตอนนี้ 25 คน และเสียชีวิต 17 คน


อ้างอิง : 
https://www.reuters.com/world/americas/mexico-health-ministry-bird-flu-patient-died-chronic-disease-not-virus-2024-06-07/
https://www.pidst.or.th/A710.html
https://www.reuters.com/business/healthcare-pharmaceuticals/who-confirms-human-case-avian-influenza-india-2024-06-11/
https://sites.google.com/site/birdflu406/