ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

สปสช.เขต 4 ลุยเชิญชวน “คลินิกเอกชน” เต็มสูบ หลังหน่วยบริการนวัตกรรมในพื้นที่ยังมีไม่เพียงพอรองรับ ปชช.ในพื้นที่-ประชากรแฝงจาก กทม.และปริมณฑล ที่กำลังจะคิกออฟ “30 บาทรักษาทุกที่ฯ” ในปีนี้ พร้อมเดินหน้าสร้างเว็บแอปฯ เปิดพิกัด “หน่วยบริการนวัตกรรมใกล้ฉัน”


นพ.สาธิต ทิมขำ ผู้อำนวยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 4 สระบุรี เปิดเผยกับ “The Coverage” ว่า ขณะนี้ทาง สปสช. เขต 4 สระบุรี กำลังเร่งดำเนินการเชิญชวนคลินิกเอกชนที่อยู่ในพื้นที่แต่ละจังหวัด ให้มาเข้าร่วมในโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว โดยร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สภาวิชาชีพ ในการเข้าไปชี้แจงกับคลินิกเอกชน

1

เนื่องจากเขตสุขภาพที่ 4 ทั้ง 8 จังหวัด ประกอบด้วย นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ลพบุรี สิงห์บุรี สระบุรี และนครนายก ซึ่งถูกเลือกให้เป็นพื้นที่นำร่องโครงการ "30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว" ระยะที่ 3 นั้น หลายจังหวัดอยู่ในเขตพื้นที่ปริมณฑลของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งจะมีการเคลื่อนย้ายประชากรระหว่างจังหวัดกันค่อนข้างมาก

สำหรับประชากรแฝงเหล่านี้ มีความต้องการเข้าถึงการรักษาที่สะดวก รวดเร็ว และมีความเร่งรีบ จึงทำให้กรณีประชาชนที่เจ็บป่วยไม่มากมักเลือกไปคลินิก หรือซื้อยาจากร้านยาเป็นอันดับแรก เพราะมีความสะดวก สามารถวินิจฉัยโรคเบื้องต้นได้ จ่ายยาได้ และส่วนใหญ่อยู่ใกล้แหล่งชุมชน อีกทั้งประชากรกลุ่มนี้จะไม่ทราบว่าหน่วยบริการในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 อยู่ที่ไหนบ้าง ต่างจากคนในพื้นที่ที่รู้อยู่แล้ว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีหน่วยบริการนวัตกรรมให้เพียงพอรองรับ เพื่ออำนวยความสะดวก ตลอดจนลดความแออัดในโรงพยาบาลของรัฐหากพื้นที่เหล่านั้นมีการดำเนินโครงการฯ

นพ.สาธิต กล่าวต่อไปว่า รวมถึงบริการด้านทันตกรรมสำหรับประชากรในพื้นที่เองก็เช่นเดียวกัน การเข้ารับการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากที่โรงพยาบาลรัฐ อาจมีผู้เข้ารับบริการจำนวนมาก ฉะนั้นการมีคลินิกทันตกรรมเอกชนมาเข้าร่วมในโครงการ จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสมต่อความต้องการ และความสะดวกของประชาชนได้

“ขณะนี้พื้นที่ สปสช. เขต 4 มีคลินิกเอกชนกระจายตัวอยู่มากกว่า 4,000 แห่ง ส่วนหนึ่งเข้าร่วมเป็นหน่วยบริการแล้วประมาณ 700 แห่ง ซึ่งยังไม่เพียงพอกับประชาชนที่ต้องการเข้าถึงหน่วยบริการจากเขตรอยต่อ และในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 ได้ เชื่อว่าหากเชิญชวนให้คลินิกเอกชนเข้าร่วมเป็นหน่วยบริการได้ประมาณ 30% ของคลินิกเอกชนทั้งหมดในพื้นที่ ก็จะรองรับประชาชนที่เจ็บป่วยเล็กน้อยได้เพียงพอ” ผู้อำนวยการ สปสช. เขต 4 สระบุรี ระบุ

นพ.สาธิต กล่าวอีกว่า ไม่เพียงแต่การเชิญชวนคลินิกเอกชนเท่านั้น จากที่ผ่านมา สปสช. เขต 4 สระบุรี ได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชนส่วนหนึ่งว่า คลินิกเอกชนที่เข้าร่วมทั้ง 7 ประเภท มีการให้บริการที่ไหน และให้บริการอะไรบ้าง จึงมีแนวคิดในการสร้างเว็บแอปพลิเคชันขึ้นมา เพื่อให้ประชาชนสามารถค้นหาคลินิกเอกชนที่เข้าร่วมเป็นหน่วยบริการในระยะ 5 กิโลเมตรรอบตัวได้ด้วย โดยตัวเว็บแอปพลิเคชันจะแจ้งพิกัดในจีพีเอส และค้นหาเส้นทางไปยังคลินิกที่เข้าร่วมโครงการได้ รวมถึงสามารถแจ้งเบอร์โทรศัพท์เพื่อติดต่อกับหน่วยบริการได้โดยตรง

สำหรับเว็บแอปพลิเคชันดังกล่าว จะเปิดให้ประชาชนสามารถใช้ได้ทั่วประเทศ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ทุกคน แม้ขับไปพื้นที่ต่างจังหวัดที่ไม่คุ้นเคย หรือจำเป็นต้องหาหน่วยบริการ ก็ยังสามารถทำได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

“ในส่วนของการพัฒนา กำลังอยู่ระหว่างตรวจทานความถูกต้องของพิกัด เนื่องจากต้องการความแม่นยำในการระบุตำแหน่งที่ถูกต้อง ซึ่งกำลังให้หน่วยบริการช่วยในการระบุตำแหน่งที่ถูกต้อง ซึ่งก็จะสามารถประชาสัมพันธ์หน่วยบริการของเขาให้เป็นที่รู้จักได้ ซึ่งกำลังขยายจาก 7 หน่วยบริการนวัตกรรม ไปสู่ความสามารถในการสืบค้นหน่วยในระบบได้ เช่น หน่วยบริการฟอกไต และ หน่วยให้เคมีบำบัด รักษามะเร็ง และบริการเฉพาะอื่นๆ” นพ.สาธิต กล่าว