ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

‘สมศักดิ์’ นำคณะผู้บริหาร สธ. พบ ผู้แทนระดับภูมิภาค ‘UNODC’ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก หารือพัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการใช้ยาและสารเสพติดที่เกี่ยวกับสุขภาพ เพื่อยกระดับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของ ปชช. ไทย – ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ - แปซิฟิก 


วันที่ 21 มิ.ย. 2567 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี รองปลัด สธ. และคณะผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือด้านการสาธารณสุขและความมั่นคง กับ ดร.มาซุด คาริมิปูร์ (Masood Karimipour) ผู้แทนระดับภูมิภาคของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก และคณะ 

1

2

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ประเทศไทยทำงานร่วมกับหน่วยงานภายใต้การกำกับของ UNODC มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการยาเสพติด ซึ่งนโยบายสำคัญที่ สธ. และรัฐบาลไทยกำลังขับเคลื่อนและสอดคล้องกับแนวทางของ UNODC ได้แก่ การดำเนินงานบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติดโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน หรือ CBTx ด้วยการส่งเสริม สนับสนุน ร่วมดำเนินงานของชุมชน ตำรวจ สถานพยาบาล และหน่วยงานภาคประชาสังคม เพื่อความต่อเนื่องในการบำบัดรักษาและเกิดผลสัมฤทธิ์ระยะยาวในการแก้ไขปัญหา ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์ผู้ป่วยยาเสพติดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จาก 180,263 ราย ในปี 2564 เป็น 194,329 ราย ในปี 2566 โดยเป็นการใช้ยาบ้ามากที่สุด รองลงมา คือ เฮโรอีน และกัญชา  

“วันนี้เป็นการหารือกันเกี่ยวกับความร่วมมือด้านสาธารณสุขและความมั่นคง โดยเฉพาะการใช้ยา รวมทั้งสารเสพติดที่เกี่ยวกับสุขภาพ ความท้าทายและแนวทางแก้ไขปัญหา การเยียวยาและลดอันตรายจากการใช้สารเสพติดในชุมชน รวมถึงการส่งเสริมด้านกฎหมายและนโยบายการเข้าถึงบริการทางสุขภาพและสังคม ตลอดจนความร่วมมือด้านสาธารณสุขที่เป็นไปได้ในอนาคต โดยกระทรวงยินดีให้ความร่วมมือในการพัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก” นายสมศักดิ์ กล่าว

รมว.สาธารณสุข กล่าวต่อไปว่า สธ. ยังได้ดำเนินงานสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาสุขภาพที่ยั่งยืน (SDGs) ทั้งการจัดหายาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ ได้แก่ Methylphenidate, Morphine, Fentanyl ให้เพียงพอต่อการใช้ในประเทศ รวมถึงปรับปรุงระบบการขนส่งให้มีความรวดเร็ว เพื่อผู้ป่วยรับยาได้ทันการณ์, สนับสนุนภาคเอกชนพัฒนาวิจัยเพื่อผลิตยา เสริมสร้างความมั่นคงทางยา เพิ่มความพร้อมใช้ และปริมาณยาสำรองในประเทศทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉิน

รวมทั้งส่งเสริมผู้ผลิตในประเทศที่มีศักยภาพในการส่งออกยาเสพติดและวัตถุออกฤทธิ์ที่ใช้ในทางการแพทย์ ไปยังประเทศเพื่อนบ้านในแถบอาเซียน, ดำเนินการตามแนวทาง “เส้นทางเดินของคนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด” (Patient Journey) ในการดูแลบำบัดรักษา ฟื้นฟู ผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติดที่มีความรุนแรงและซับซ้อนจนอาการสงบ และส่งต่อพื้นที่เพื่อการดูแลติดตามต่อเนื่องอย่างมีประสิทธิภาพ ไร้รอยต่อ ตลอดจนเปิดสายด่วนจิตเวชยาเสพติด 1667  ให้บริการแนะนำปรึกษาฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

3