ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

คลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น เป็นหนึ่งใน “หน่วยบริการนวัตกรรม” สำคัญ ที่ช่วยเติมเต็มให้นโยบาย “30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว” บรรลุเป้าหมายการไปทุกที่ได้ตามชื่อ

หากนับรวมบรรดาหน่วยบริการนวัตกรรมทั้ง 7 นวัตกรรม คลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น เป็นนวัตกรรมที่มีจำนวนการให้บริการมากที่สุด หรือกว่า 1.4 ล้านครั้ง 

ด้วยการเอื้ออำนวยให้ประชาชนที่มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง 30 บาท สามารถเข้าถึงการดูแลรักษาเบื้องต้น 32 กลุ่มโรค และการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (P&P) ได้ที่คลินิกพยาบาลเอกชนใกล้บ้าน 

รวมถึงเข้ารับบริการได้ทั้งในและนอกเวลาราชการ คนที่อยู่ห่างไกลจากโรงพยาบาลก็ไม่ต้องเสียเวลาและค่าเดินทางไปรับบริการแต่เช้าตรู่ ซึ่งเป็นการลดความแออัดให้เหลือพื้นที่สำหรับผู้ป่วยหนักที่จำเป็น

1

แต่กว่าจะมาจุดนี้ได้ ที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้าง “The Coverage” ได้พูดคุยกับ รศ.ดร.ทัศนา บุญทอง ประธานที่ปรึกษาสภาการพยาบาล และประธานคณะกรรมการพัฒนาคลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่นในระบบสุขภาพปฐมภูมิ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของสภาการพยาบาลเบื้องหลังความสำเร็จของนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ฯ ตั้งแต่ก่อนนำร่อง รวมทั้งทิศทางการหนุนเสริมการปฏิรูประบบสุขภาพครั้งนี้

จุดเริ่มต้น ‘คลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น’ 

รศ.ดร.ทัศนา เปิดบทสนทนาด้วยการบอกว่าโดยส่วนตัวเห็นด้วยกับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ฯ อย่างมาก เพราะเป็นการต่อยอดจากการดำเนินการของ “30 บาทรักษาทุกโรค” ที่เกิดขึ้นเมื่อ 2545 ที่ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะได้ทำให้ประชาชนส่วนมากของประเทศได้รับสิทธิการรักษาต่างๆ อย่างครอบคลุมทั่วถึง 

จุดเริ่มต้นของ คลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น ในฐานะหน่วยบริการนวัตกรรม ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญของ 30 บาทรักษาทุกที่ฯ ว่า สิ่งนี้เกิดขึ้นจากการที่ สปสช. และ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เล็งเห็นถึงสถานการณ์การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แบบของประเทศ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าจะมีผู้สูงอายุอาจสูงถึง 28% ของประชากรไทย 

ความน่ากังวลอยู่ที่จากจำนวนผู้สูงอายุในปัจจุบันสัดส่วนผู้สูงอายุที่ติดบ้านไม่สามารถออกจากบ้านได้สะดวกเนื่องจากปัญหาการเคลื่อนไหวมีมากถึง 19% ส่วนผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง และมีโรคเรื้อรังไม่สามารถช่วยตัวเองได้ 2% และในสัดส่วนเหล่านี้เป็นผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ที่บ้านเพียงลำพังกว่า 10% 

“ผู้สูงอายุเป็นโรคเรื้อรังมากขึ้น ติดบ้าน ติดเตียงมากขึ้น คนเหล่านี้แม้มีบัตรทอง แต่อาศัยอยู่เพียงลำพัง ทำให้แม้จะมีสิทธิในระบบสุขภาพ และการรักษาพยาบาล แต่ไม่สามารถไปโรงพยาบาลได้ เนื่องจากไม่มีคนพาไป หรือ ติดเตียง มีแผลเรื้อรัง ทำให้การไปรับบริการตามสิทธิการรักษาฟรีที่โรงพยาบาลทำได้ยากลำบาก” รศ.ดร.ทัศนา ระบุ    

ดังนั้นทั้ง 2 หน่วยงาน จึงมีการวางแผนจัดตั้งหน่วยบริการนวัตกรรมขึ้น ผ่านการพัฒนาให้คลินิกที่ให้บริการทางการแพทย์โดยผู้ประกอบวิชาชีพสาขาต่างๆ ของเอกชนมาเข้าร่วมให้บริการตามขอบเขตที่กฎหมายกำหนดของแต่ละวิชาชีพ ทำให้สภาการพยาบาลเริ่มมีการพูดคุยร่วมกัน สปสช. และ สธ. รวมถึงผลักดันให้คลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ เป็นหนึ่งในหน่วยบริการนวัตกรรม ในระบบบัตรทอง 30 บาท เพื่อเป็นเครือข่ายร่วมให้บริการในระดับปฐมภูมิในที่สุด

ก้าวแรกก่อนนำมาสู่ 32 กลุ่มโรค 

ในปี 2562 สปสช. ได้มีการเริ่มนำร่องให้เกิดหน่วยบริการนวัตกรรมในกรุงเทพมหานคร (กทม.) รศ.ดร.ทัศนา บอกว่าขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกสภาการพยาบาลจึงได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อขับเคลื่อนและผลักดันให้คลินิกการพยาบาลฯ เข้าร่วมเป็นหน่วยบริการนวัตกรรม โดยได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากเลขาธิการ สปสช. นายแพทย์จเด็จ  ธรรมธัชอารี ซึ่งแม้ช่วงแรกจากการเชิญชวนคลินิกฯ ทั้งหมด 37 แห่ง มาประชุมทำความเข้าใจโครงการดังกล่าว ผลที่ได้กลับไม่ดีเท่าไหร่นัก โดยมีคลินิกฯ เข้าร่วมเพียง 6 แห่งเท่านั้น 

อย่างไรก็ดี ในปีถัดมาจากการไปประเมินคลินิกฯ ทั้ง 6 แห่งนั้น ข้อมูลที่ได้รับกลับดีอย่างคาดไม่ถึง “เมื่อถึงปี 2563 สปสช. ไปประเมินจากประชาชนที่เข้ารับบริการทั้ง 6 แห่ง ผลตอบรับคือประชาชนชื่นชอบ เพราะสามารถใช้บริการนอกเวลาราชการได้ รวมถึงไม่ต้องเสียเงินเช่นเดียวกันกับโรงพยาบาล ประชาชนสะดวกขึ้น รวมถึงพยาบาลสามารถให้คำแนะนำ ความรู้เรื่องการดูแลตนเองได้ดี” รศ.ดร.ทัศนา ให้ภาพ

ทว่า ประธานที่ปรึกษาสภาการพยาบาล บอกว่า อย่างไรก็ดีคลินิกการพยาบาลฯ ที่เข้าร่วมก็ยังมีจำนวนไม่มากเท่าที่ควร เนื่องจากทางคลินิกฯ ยังขาดความเชื่อมั่นในระบบที่พึ่งเริ่มดำเนินการ และโดยเฉพาะคือความครอบคลุมของกิจกรรมบริการยังไม่มากเท่าที่ควร

เมื่อเล็งถึงเห็นปัญหาที่ถูกสะท้อนขึ้นมา ประกอบกับตระหนักถึงขอบเขตการประกอบวิชาชีพตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งศักยภาพของผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาล ที่มีองค์ความรู้ และประสบการณ์ที่สามารถช่วยพัฒนาการเข้าถึงบริการสุขภาพได้ผ่านกลไกหน่วยบริการนวัตกรรมนี้ สภาการพยาบาล จึงมีการหารือพูดคุยกับเลขาธิการ สปสช. นายแพทย์จเด็จ ธรรมธัชอารี เพื่อให้ขยายความครอบคลุมการให้บริการรักษาโรคเบื้องต้นสำหรับคลินิกการพยาบาลฯ ที่เข้าร่วมให้เป็นไปตามภารกิจที่กำหมายการประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์กำหนดไว้

ก่อนจะกลายมาเป็นบริการ 32 กลุ่มโรคที่ทุกคลินิกการพยาบาลฯ ในพื้นที่นำร่อง 30 บาทรักษาทุกที่ฯ สามารถให้บริการได้ ที่นับเป็นส่วนหนึ่งในการปลดล็อกที่ทำให้คลินิกฯ หลายแห่งตัดสินใจเข้าร่วมมากขึ้น

ดอกผลจากความพยายาม ที่ต้องการให้ ปชช. ได้ประโยชน์ 

รศ.ดร.ทัศนา กางข้อมูลให้เห็นว่า ปัจจุบันมีคลินิกการพยาบาลฯ เข้าร่วมเป็นหน่วยบริการนวัตกรรมแล้วกว่า 1,800 แห่งจากทั้งหมดกว่า 6,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งประธานกรรมการพัฒนาคลินิกพยาบาลฯ ชี้ว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้ได้เป็นเรื่องยากมาก แต่ทางสภาการพยาบาลก็ไม่ได้ถอดใจและยังพยายามดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการเดินสายเข้าหาคลินิกการพยาบาลฯ ในแต่ละพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจโดยตรง  ให้ข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็นต้องรู้

2

ทั้งการสนับสนุน ส่งเสริม ไปจนถึงการให้คำแนะนำแก่กลุ่มพยาบาลที่มีการเปิดคลินิกฯ และกลุ่มพยาบาลที่มีความสนใจจะเปิดคลินิกฯ เป็นของตนเอง และมีความสนใจเข้าร่วมเป็นหน่วยบริการ นวัตกรรม คลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่นว่าจำเป็นต้องมีเอกสาร และวิธีการดำเนินอย่างไรบ้าง 

ความพยายามดังกล่าวของ สภาการพยาบาล และ สปสช. ได้ออกดอกผลใน 2 – 3 ปีต่อมา โดยนับตั้งแต่ 2564 - 2565 มีคลินิกพยาบาลฯ มาเข้าร่วมมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งส่วนหนึ่ง รศ.ดร.ทัศนา เชื่อว่าเนื่องจากความเข้าใจของพยาบาลในเรื่องการใช้ระบบเบิกจ่ายของ สปสช. มีมากขึ้น ตลอดจนผู้สนใจก็มากขึ้นตามเช่นกัน 

“พอได้ทราบว่าเดือน มี.ค.จะริเริ่มโครงการบัตรประชาชนใบเดียว 30 บาท รักษาได้ทุกที่ในระยะแรก 4 จังหวัด ครอบคลุม 4 ภูมิภาค เรา (รศ.ดร.ทัศนา บุญทอง และคณะกรรมการพัฒนาคลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น) ได้ลงพื้นที่ 4 จังหวัด เชิญผู้แทนคลินิกพยาบาลฯ และพยาบาลที่สนใจมาประชุมเพื่อให้ข้อมูลทำความเข้าใจเกี่ยวกับคลินิกไว้ก่อน พอคณะฯ ของ สปสช. ไปจะสามารถเข้าใจได้มากขึ้น เช่นเดียวกันเมื่อมีนโยบายขยายระยะที่ 2 เป็น 8 จังหวัด ในเดือนมีนาคม 2567คณะกรรมการพัฒนาคลินิกฯ ได้เชิญตัวแทนคลินิกพยาบาลและพยาบาลที่สนใจมาประชุมผ่านระบบออนไลน์ทำความเข้าใจเบื้องต้นไว้ก่อน จึงเห็นได้ว่าเมื่อ สปสช ลงพื้นที่จะมีกลุ่มคลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น เข้าร่วมประชุมจำนวนมาก" รศ.ดร.ทัศนา เผยให้เห็นความเอาจริง เอาจัง

3

พัฒนาศักยภาพพยาบาล – การกำกับคุณภาพการให้บริการ 

พยาบาลวิชาชีพทุกคนที่ให้บริการในคลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ หรือบางส่วนที่เข้าร่วมเป็นหน่วยบริการนวัตกรรม 30 บาท รักษาทุกที่นั้น เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลฯ ซึ่งหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ มีการเรียนวิชาการรักษาโรคเบื้องต้นมาแล้วทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเป็นวิชาบังคับ ในจำนวนนี้มีบางส่วนที่ได้ผ่านการอบรมหลังปริญญา 4 - 6 เดือน มาแล้วในหลักสูตรเวชปฏิบัติทั่วไป (การรักษาโรคเบื้องต้น) เป็นพยาบาลเวชปฏิบัติแล้ว แต่อีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ได้เรียนเพิ่มในหลักสูตรดังกล่าว สภาพยาบาลกำลังปรับปรุงหลักสูตรทั้งด้านเนื้อหาสาระและวิธีการเรียนให้เหมาะสม ทันสมัยเพื่อเพิ่มความรู้ให้พยาบาลกลุ่มนี้ เป็นแนวทางในการเพิ่มศักยภาพ บริการรักษาพยาบาลของพยาบาลให้มีคุณภาพมาตรฐานมากขึ้น มีการวินิจฉัยที่ถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น

“เป้าหมายที่คณะกรรมการพัฒนาคลินิกฯ และสภาการพยาบาล มุ่งหวังคือวิชาชีพการพยาบาล ได้มีส่วนในการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่อยู่ในชุมชนและในพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะบริการในระดับปฐมภูมิ ตามขอบเขตของวิชาชีพตามที่กฎหมายกำหนด และเป็นไปตามมาตรฐานบริการที่สภาวิชาชีพกำหนด ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลที่ดีที่สุด”  ประธานคณะกรรมการพัฒนาคลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่นในระบบสุขภาพปฐมภูมิ กล่าวในตอนท้าย