ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกาะปันหยี (รพ.สต.เกาะปันหยี) คือสถานพยาบาลเพียงแห่งเดียวบนเกาะปันหยีที่มีบุคลากรทางการแพทย์เพียง 3 ชีวิต แต่ต้องดูแลประชากรกว่า 1,400 คน ในสภาพแวดล้อมชุมชนที่เบียดเสียดรายล้อมด้วยผืนน้ำอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ผนวกด้วยข้อจำกัดในการสัญจรที่ทำได้เพียงทางเรือเท่านั้น

นี่คือภาพอีกด้านหนึ่งของเกาะที่สวยงามแห่งนี้ที่ผมพบเมื่อได้ลงไปสัมผัสเมื่อไม่นานมานี้ จนเกิดเป็นคำถามที่เฝ้าหาคำตอบตลอดการอยู่ที่นั่นว่า ในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดแห่งนี้ ไม่ว่าจะด้านการเดินทาง ทรัพยากร และกำลังคนในสถานพยาบาล จะสามารถจัดบริการสุขภาพอย่างไรเพื่อแก้ไขปัญหาทางสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

ผู้ที่สามารถให้คำตอบได้เห็นสภาพจริงมากที่สุด จึงต้องเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพผู้คนในชุมชนแห่งนี้ นั่นก็คือ สุไหวด้า บุหลาด ผู้อำนวยการ รพ.สต.เกาะปันหยี โดยผมได้มีโอกาสพูดคุยกับเธอถึงเรื่องราวการดูแลสุขภาพประชาชนบนชุมชนลอยน้ำที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งบนโลกแห่งนี้

1

1

ไข่มุก อัญมณีแห่งท้องทะเล ถูกนำขึ้นมาถักทอเป็นเครื่องดับอันสวยงามให้แก่นักท่องเที่ยว การค้าขายเป็นแหล่งรายได้หลักของคนในชุมชน สร้อยไข่มุกที่วางแผงตามทางเดินวางเรียงรายไปจนถึงร้านค้าที่มีความหรูหรา บรรยากาศที่ผมได้พบรวมกับข้อมูลจาก สุไหวด๊า ทำให้รู้ว่าชาวบ้านในเกาะแห่งนี้ประกอบอาชีพค้าขายเป็นหลัก ทว่า ด้วยปัจจัยภาระงานของผู้ค้าขายที่ต้องดูแลหน้าร้าน และไม่ค่อยมีกิจวัตรที่ต้องใช้การขยับเขยื้อนร่างกายนั่นเอง มีส่วนทำให้ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อเรื้อรัง (NCDs)

“หากเป็นเรื่องโรคภัยที่พบได้บ่อยในชุมชนแห่งนี้ส่วนใหญ่จะเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น ความดัน เบาหวาน ปัจจัยหนึ่งมาจากด้วยอาชีพที่ต้องขายของตั้งแต่เช้าถึงช่วงบ่าย จนนักท่องเที่ยวหมดจึงสามารถเข้าบ้านได้ ทำให้ไม่ค่อยมีกิจวัตรในการเดินมากนัก” สุไหวด้า เล่า

อย่างไรก็ดี สุไหวด้า บอกว่า รพ.สต. สามารถรองรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้ตามคุณภาพมาตรฐานบริการ แต่ในส่วนผู้ป่วยที่มีการประเมินแล้วว่าต้องส่งต่อให้โรงพยาบาลจังหวัด (อยู่บนฝั่ง) หากผู้ป่วยเดินทางไปด้วยตนเองมักพบปัญหาที่ไม่สะดวกในการเดินทางไปยังโรงพยาบาลบนฝั่งได้ เพราะลักษณะกายภาพชุมชนเกาะกลางน้ำ การเดินทางไปโรงพยาบาลจึงมีหลายปัจจัยที่เข้าเกี่ยวข้อง ทั้งค่าเดินทาง เรือที่ใช้ขนส่งผู้ป่วย และปัจจัยทางธรรมชาติที่ไม่สามารถคาดเดาได้

2

2

ดังนั้น ทาง รพ.สต. จึงได้มีมาตรการสุขภาพสำหรับประชาชนบนเกาะปันหยี โดยใช้หลัก “ป้องกันก่อนเกิดโรค” โดยจะมีการคัดกรองโรค NCDs ในชุมชน และเมื่อพบว่ามีกลุ่มเสี่ยงเป็นโรค NCDs จะมีการให้ความรู้ ผ่านการจัดโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประชาชนในกลุ่มเสี่ยง ซึ่งทางประชาชนในชุมชนเองก็ตอบรับในมาตรการนี้และมีการจัดตั้งชมรมขึ้นเพื่อจัดกิจกรรมที่ช่วยให้มีการออกกำลังกายกันมากขึ้น เช่น ชมรมแอโรบิก ชมรมฟุตบอล ศูนย์ฟิตเนส ฯลฯ

นอกจากมาตรการป้องกันแล้ว สุไหวด้า บอกว่า รพ.สต.เกาะปันหยี ยังมีการใช้ความร่วมมือจากหลายภาคส่วนผ่านกลไกต่างๆ เพื่อนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาในส่วนผู้ป่วยที่มีความจำเป็นและได้รับความยากลำบากจากการต้องเดินทางไปรับบริการที่โรงพยาบาลบนฝั่ง

หนึ่งในนั้นคือการร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่ได้เข้ามาสนับสนุนงบประมาณสำหรับดูแลสุขภาพประชาชนภายในชุมชนแห่งนี้ถึง 4 ส่วนด้วยกัน ทั้งค่าพาหนะรับส่งต่อ (จากงบเหมาจ่ายรายหัวกองทุนบัตรทอง) ระหว่างสถานพยาบาลด้วยพาหนะที่ได้รับการออกแบบเพื่อการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ในการส่งต่อผู้ป่วยกรณีฉุกเฉิน หรือ เกินขีดความสามารถที่ทาง รพ.สต สามารถทำได้

1

กองทุนระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุข สำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง (Long Term Care : LTC) สำหรับใช้ในการจ้างผู้จัดการการดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง (Care manger) และผู้ดูแลผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง (Care giver) ในการเข้ามาช่วยดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิง และกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น (กปท.) สำหรับใช้จัดซื้อผ้าอ้อมผู้ใหญ่ให้กับผู้ป่วยคนละ 3 ชิ้นต่อวัน

สุดท้ายเป็นโครงการ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา (อบจ.พังงา) Health care ที่ อบจ.พังงา ร่วมกับ สปสช. ในการมอบผ้าอ้อมผู้ใหญ่เพิ่มเติมให้กับผู้มีภาวะปัญหากลั้นปัสสาวะและอุจจาระไม่ได้ในเกาะปันหยี

อีกด้านที่มีส่วนช่วย เป็นในส่วนของ รพ.สต.เกาะปันหยี ร่วมกับ โรงพยาบาลจังหวัดพังงา ในการใช้ระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ที่ให้ผู้ป่วยความดัน และผู้ป่วยเบาหวานที่ยังสามารถควบคุมโรคได้ ประมาณ 60 - 70 คน เพื่อติดตามอาการหรือตรวจอาการเบื้องต้น และสามารถนำผลตรวจใช้เป็นข้อมูลที่โรงพยาบาลจังหวัดพังงาได้เลย แทนการต้องเดินทางไปและกลับจำนวนหลายๆ ครั้ง ทำให้การดูแลโรคนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถติดตามอาการได้ง่ายและรวดเร็ว1

ผลดังกล่าวได้รับการยืนยันข้อจากงานวิจัยของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต (สสจ.ภูเก็ต) ที่เผยแพร่ผ่านวารสารทางการแพทย์โรงพยาบาลสิงห์บุรี (Singburi Hospital Journal) ปีที่ 31 ฉบับที่ 3 ม.ค. - เม.ย. 2566 เรื่องการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานในพื้นที่เกาะ โดยมีกลุ่มตัวอย่างจากเกาะปันหยี 30 คน

ผลวิจัยพบว่าระบบการแพทย์ทางไกล ทำให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีพฤติกรรมการดูแลตนเองดีขึ้น ระดับน้ำตาลในเลือดดัชนีมวลกาย และเส้นรอบเอว ดีกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติ (P-value < 0.01)

สุไหวด้า บอกกับผมว่าการที่มีโครงการจากหน่วยงานต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุในเกาะปันหยีเป็นประโยชน์ต่อพวกเขาอย่างมาก เพราะหากต้องเดินทางไปโรงพยาบาลบนชายฝั่ง อาจไม่สะดวก หรือมีค่าใช้จ่ายส่วนการเดินทางเพิ่มขึ้นมา ทั้งค่าผ้าอ้อมผู้ใหญ่ และอื่นๆ ที่กล่าวมา มีมูลค่าที่ต้องจ่ายทั้งสิ้น

1

การพบหมอได้โดยไม่ต้องเดินทาง ไม่เสียเวลารอหมอ มี Care giver เข้าไปดูแลถึงในชุมชน มีข้าวของที่จำเป็นให้ผู้ป่วย ทำให้คุณภาพชีวิตของผู้คนที่นี่แม้มีบุคลากรเพียง 3 คนต่อประชาการกว่า 1,400 คนแต่ด้วยการบูรณาการร่วมกันระหว่างหลายหน่วยงาน ทำให้ชุมชนเกาะปันหยีแห่งนี้มีการดูแลผู้ป่วยที่ดีจนน่าประหลาดใจ

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. ที่ลงพื้นที่ไปในครั้งนี้ด้วยกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ว่าเกาะปันหยีจะห่างไกลจากฝั่งแผ่นดิน แต่การจัดการในเรื่อง LTC ถือว่าทำได้ดีมาก เพราะมีการบูรณาการร่วมกันระหว่างท้องถิ่น และ รพ.สต. ในการเข้ามาดูแลผู้ป่วยส่วนนี้ ทั้งนี้การที่ได้เข้ามาเยี่ยมผู้ป่วยหลายๆคนในวันนี้ เห็นได้เลยว่า ระบบที่ออกแบบมา ทำให้เขาได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง

“ระบบได้เข้ามาเติมเต็มตามวิถีของประชาชนที่อยู่กันแบบพึ่งพาอาศัย รพ.สต. รู้ว่าต้องวางแผนอย่างไร และทำตามแผนได้เป็นอย่างดี” ทพ.อรรถพร ทิ้งท้าย

1

อ้างอิง : https://he01.tci-thaijo.org/index.php/shj/article/view/261554/176725