ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

อีกหนึ่งสาเหตุที่ ‘โรคไวรัสตับอักเสบ’ ยังเป็นภัยคุกคามด้านสุขภาพของประชาชนทั่วโลกนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ ‘เข้าไม่ถึง’ การคัดกรอง และที่น่าไปห่วงไปกว่านั้นคือการ ‘ไม่คิดจะเข้ารับคัดกรอง’ 

ข้อมูลจาก Global Wellness Institute (GWI) ที่ได้รับการสนับสนุนจาก โรช ไดแอกโนสติกส์ เอเชีย แปซิฟิก (Roche Diagnostics Asia Pacific) ได้ทำการสำรวจ 13 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แอฟริกา และลาตินอเมริกาชี้ให้เห็นว่า ประชากรกว่า 50% จากประชากรทั้งหมดที่ทำการสำรวจมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโรคตับอักเสบ ทว่า 30% ของประชากรในกลุ่มนี้ ‘ไม่เคย’ เข้ารับการตรวจ และ ‘ไม่คิดจะไปตรวจ’ หรือไม่แน่ใจที่จะไปตรวจ

44

1

อีกทั้งคำตอบที่ได้จากการตอบแบบสำรวจดังกล่าวจาก 13 ประเทศ ยังพบด้วยว่าอีก 51% คิดว่าตัวเอง ‘ไม่มีอะไรผิดปกติ’ และถือเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้คนส่วนมากไม่เข้ารับการตรวจหาเชื้อด้วย ซึ่งเหตุผลนี้ยังทำให้อุบัติการติดเชื้อโรคไวรัสตับอักเสบซีในภูมิภาคเอเชียแฟซิฟิกมีมากถึง 94.6 ล้านราย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตต่อปีมีถึง 63% ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงกว่าการเสียชีวิตจากการติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ (HIV/AIDS) ถึง 3 เท่า

มากไปกว่านั้น จากข้อมูลในปี 2565 พบว่าประชากรทั่วโลกติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี หรือซีเรื้อรัง จำนวน 304 ล้านราย ซึ่งผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี จำนวน 254 ล้านราย ไม่ทราบว่าตนเองมีเชื้อ และเกือบทั้งหมดของผู้ป่วยไม่ได้เข้ารับการรักษา

ขณะเดียวกัน ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี จำนวน 50 ล้านราย ไม่ทราบว่าตนเองมีเชื้อ และก็เช่นเดียวกันกับไวรัสตับอักเสบบี คือเกือบทั้งหมด หรือ 80% ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด ไม่ได้เข้ารับการรักษา 

ด้วยความอันตรายของโรคไวรัสตับอักเสบที่มักถูกเปรียบเป็น ‘มังกรเงียบ’ อันเนื่องมาจากเชื้อไวรัสชนิดนี้จะไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออวัยวะ จึงทำให้ผู้ป่วยไม่มีอาการ จนกระทั่งพัฒนากลายเป็นมะเร็งตับ ทำให้ในปี 2559 ที่ประชุมสมัชชาอนามัยโลก (WHA) มีมติเป็นเอกฉันท์ในการตั้งเป้ากำจัดเชื้อไวรัสตับอักเสบให้หมดสิ้นภายในปี 2573 

ปีเดียวกันกับที่มตินั้น องค์การอนามัยโลก (WHO) ก็ได้มีการจัดพิมพ์ยุทธศาสตร์กำจัดโรคไวรัสตับอักเสบระดับโลก (Global Health Sector Strategy on viral hepatitis) โดยนิยามคำว่า ‘กำจัดให้หมดสิ้นไป’ คือการ ‘เกิดโรคต้องลดลง 90% และอัตราการเสียชีวิตจากโรคไวรัสตับอักเสบบี และซีต้องลดลง 65%’ เมื่อเทียบจากปี 2558 ถึงปี 2573

เหล่านี้นำมาสู่การจัดประชุมวิชาการทางการแพทย์ ‘Asia Pacific-International Roche Infectious Disease (IRIDS) 2024’ ที่ประเทศเวียดนามเมื่อช่วงปลายเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา เพื่อให้นักวิชาการจากหลากหลายประเทศได้ร่วมกันระดมสมองเพื่อสะท้อนความอันตราย รวมถึงร่วมกันหาแนวทางการยุติโรคไวรัสตับอักเสบที่จะครบกำหนดเป้าหมายในอีก 6 ปีข้างหน้า โดย “The Coverage” ได้รับเกียรติให้เข้าร่วมสังเกตการณ์ในครั้งนี้ด้วย

‘20 นาทีจะมีผู้เสียชีวิต 1 คน’ จากโรคตับอักเสบใน ‘ปากีสถาน’ 

ศ.ดร.ซาอี๊ด ฮามิด ผู้อำนวยการหน่วยทดลองคลินิก มหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลากาขาน เมืองการาจี ประเทศปากีสถาน มองว่าหากดูอัตราเร่งในปัจจุบัน หลายประเทศในภูมิภาคเอเชียอาจไปไม่ถึงเป้าหมายในปี 2573 เพราะการจะกำจัดเชื้อไวรัสตับอักเสบให้หมดสิ้นนั้น จะต้องถูกประกาศให้เป็นวาระเร่งด่วนในประเทศที่ได้รับผลกระทบสูง 

33

มากไปกว่านั้น เมื่อมองมาที่กลุ่มประเทศรายได้ต่ำ และปานกลางในเอเชียมีประเด็นเรื่องสุขภาพหลายเรื่องที่ต้องใส่ใจ ซึ่งเป็นความท้าทายของหน่วยงานที่ต้องวางแนวนโยบายว่าจะให้ความสำคัญที่ประเด็นใด โดยยกตัวอย่างปากีสถานที่มีความชุกของโรคไวรัสตับอักเสบสูง แต่ในขณะเดียวกันก็มีความชุกของโรคเบาหวานที่สูงด้วยเช่นกัน

“เป็นหน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดในเรื่องการกำจัดไวรัสตับอักเสบที่จะต้องทำให้รัฐบางมองเห็นว่า ความพยายามนี้มีทั้งประโยชน์ และความคุ้มค่า” ศ.ดร.ซาอี๊ด ระบุ 

ก่อนที่เขาจะเริ่มเล่าให้ฟังต่อไปอีกว่า ในประเทศปากีสถานนั้นจะมี ‘ผู้ที่เสียชีวิตจากโรคไวรัสตับอักเสบบี หรือซี 1 คนในทุกๆ 20 นาที’ หรือคิดเป็น 3 รายต่อชั่วโมง

นั่นทำให้ปากีสถานกลายเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัสตับอักเสบซีมากที่สุดในโลก แต่ด้วยความร่วมมือของรัฐบาล และภาคเอกชน ทำให้ขณะนี้ประชากรราว 30% ของประชากรทั้งหมด ได้รับการคัดกรองโรคไวรัสตับอักเสบแล้ว โดยมีประชากรราว 18 - 20% กำลังเข้ารับการรักษา 

“ปากีสถานกำลังรอเปิดตัวโครงการยักษ์ใหญ่ของรัฐบาล เพื่อให้มีการตรวจคัดกรอง และรักษาประชากรในวงกว้าง แต่ในขั้นตอนแรกเราต้องมีพันธสัญญาทางการเมืองที่มั่นคงก่อน” ศ.ดร.ซาอี๊ด ระบุ 

4

การตรวจคัดกรองยังถือเป็นแนวทางสำคัญที่นักวิชาการทุกคนในการประชุมในครั้งนี้เห็นร่วมกัน และหลายประเทศยึดเป็นหลักในการดำเนินการด้วย เช่นที่ ดร.จอห์น วอร์ ผู้อำนวยการพันธมิตรสำหรับการกำจัดโรคตับอักเสบระดับโลก ยกตัวอย่างนโยบายจากประเทศสหรัฐอเมริกาว่า ได้ให้ความสนใจกับการตรวจหา หรือคัดกรองเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และซีในกลุ่มผู้ใหญ่ แม้ว่าความชุกของโรคจะมีน้อยเมื่อเทียบกับหลายๆ ประเทศในเอเชียแปซิฟิก และด้วยความชุกของโรคที่สูงในประเทศแถบเอเชีย การตรวจหาเชื้อจึงจะเป็นประโยชน์มากที่สุดในการจัดการกับโรคไวรัสตับอักเสบ

‘ไวรัสตับอักเสบบี’ ติดอันดับ 1 ใน 3 โรคที่เจอในแล็บ ‘มากที่สุด’ 

สำหรับการเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ “The Coverage” ยังได้มีโอกาสลงพื้นที่คลินิก ‘Family Medicine Practice’ คลินิกการแพทย์ของภาคเอกชนในประเทศเวียดนาม ที่เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่จะช่วยทำให้ประชาชนในประเทศเวียดนาม โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงเข้าถึงการตรวจหาเชื้อ เนื่องจากประเทศเวียดนามเองก็มีประชากรกว่า 7.8 ล้านคนที่ป่วยด้วยโรคไวรัสตับอักเสบบี

คลินิกการแพทย์ Family Medicine Practice หรือ FMP คือคลินิกการแพทย์เอกชนที่ให้ทั้งการรักษา และการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) ที่มีศักยภาพในการตรวจได้ถึงวันละกว่า 200 สิ่งส่งตรวจ ผ่านเครื่องมือทางการแพทย์ที่ได้รับการสนับสนุนจาก ‘โรช ไดแอกโนสติกส์’  

จากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่พบว่าประมาณ 20% ของผู้ที่เข้ารับการตรวจหาเชื้อ ‘ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี’ มากไปกว่านั้น ยังได้รับทราบข้อมูลอีกว่า ‘โรคไวรัสตับอัดเสบบี’ เป็นโรคที่แล็บพบมากที่สุด รองลงมาจากวัณโรค ทว่าในการตรวจคัดกรองนั้น ยังเป็นงบประมาณที่ประชาชนในประเทศเวียดนามต้องรับภาระด้วยตัวเอง เนื่องจากประกันสุขภาพอาจจะยังไม่ครอบคลุมทั้งหมด

5

ไทย’ ตรวจหา ‘ไวรัสตับอักเสบบี’ ได้ผ่าน ‘Lab Anywhere’ สปสช. 

ถ้าพูดถึงการตรวจหาเชื้อด้วย ‘แล็บ’ แล้ว เมื่อช่วงปีที่ผ่านมาสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ก็มีการร่วมกับสภาเทคนิคการแพทย์ ร่วมกันเปิดตัวโครงการ ‘Lab Anywhere’ เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) สามารถเข้าถึงบริการตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ตรวจอุจาระ ฯลฯ ได้ ณ ‘คลินิกเทคนิคการแพทย์’ ที่เข้าร่วมโครงการ ในบริการผู้ป่วยนอก (OPD) ที่มีใบสั่งตรวจ จำนวน 22 รายการ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และหนึ่งในนั้นก็มีการ ‘ตรวจไวรัสตับอักเสบบี (HBsAg)’ อยู่ด้วย

ทว่า การตรวจคัดกรองไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ป่วยบัตรทองเท่านั้น แต่คนไทย ‘ทุกคนทุกสิทธิ’ ที่เป็นอยู่ในกลุ่มเป้าหมาย สามารถเข้ารับบริการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบบี และซีได้ผ่านบริการ ‘กระเป๋าสุขภาพ’ จากแอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ ที่ให้สิทธิการคัดกรองฟรี 1 ครั้งในชีวิต (กรณีคัดกรองไวรัสตับอักเสบบี) สำหรับผู้ที่เกิดก่อนปี 2535 เช่นเดียวกับการคัดกรองไวรัสตับอักเสบซี 

สำหรับประเทศไทยพบว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีราว 2 - 3 ล้านราย และมีผู้ป่วยโรคไวรัสตัวอักเสบซีราว 2 - 3 แสนราย

6