ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

นพ.สสจ.นครราชสีมา เผย ผ่านไปกว่า 4 เดือนของการคิกออฟ “30 บาทรักษาทุกที่ฯ” เฟส 2 พบ “บริการการแพทย์ทางไกล - ส่งยาถึงที่บ้าน” ช่วย ปชช. เข้าถึงบริการสะดวกขึ้น ลดปัญหาแออัดใน รพ. - ภาระงานบุคลากรแพทย์ ได้จริง เสียงตอบรับจากผู้ป่วย – แพทย์ เป็นไปในทิศทางที่ดี ในส่วนหน่วยบริการนวัตกรรม 7 วิชาชีพ แม้เข้าร่วมเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอ


นพ.สุผล ตติยนันทพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา (สสจ.นครราชสีมา) เปิดเผยกับ “The Coverage” ว่า จากการติดตามการดำเนินโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียวที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งเริ่มคิกออฟไปเมื่อวันที่ 1 มี.ค 2667 (เฟส 2) ปัจจุบันเป็นเวลากว่า 4 เดือนแล้ว พบว่าการยกระดับระบบริการภายใต้โครงการฯ ช่วยลดความแออัด และลดปัญหาการรอคอยของผู้ป่วยในโรงพยาบาลได้จริง อีกทั้งเสียงสะท้อนทั้งจากประชาชน และแพทย์ก็เป็นทิศทางที่ดี

1

นพ.สุผล กล่าวว่า โครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ฯ เป็นโครงการที่น่าภูมิใจเพราะด้วยนวัตกรรมบริการที่นำมาใช้ในโครงการฯ ทำให้ประชาชนใน จ. นครราชสีมา เข้าถึงการรักษาได้สะดวกมากซึ่งเห็นได้จริงจากตัวเลขการดำเนินงาน เช่น บริการส่งยาถึงบ้าน (Health Rider) ที่มีการให้บริการไปถึง 10,331 ครั้ง โดยช่วยลดความแออัดหน้าห้องรับยาได้อย่างมาก 

รวมถึงบริการพบแพทย์ทางไกล (Telemedicine) โดยมีการรับบริการนี้ทั้งหมด 35,874 ครั้ง ซึ่งถือว่าช่วยลดภาระการเดินทางของประชาชนได้อย่างมาก ขณะเดียวกันก็ทำให้ติดตามอาการผู้ป่วยได้ต่อเนื่อง รวมถึงช่วยลดภาระของบุคลากรแพทย์ในโรงพยาบาลได้ด้วย อีกหนึ่งตัวอย่างที่ช่วยได้อย่างมากก็คือ ใบรับรองแพทย์ดิจิทัล ที่ทางโรงพยาบาลมีการออกใบรับรองไปมากถึง 14,318 ใบ และการนัดหมายผ่านแอปพลิเคชันหมอพร้อมกว่า 3,897 ครั้ง ที่ประชาชนสามารถนัดหมายการพบแพทย์ผ่านระบบออนไลน์ได้ ไม่ต้องเดินทางมารอที่โรงพยาบาลแต่เช้ามืด จึงช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2

“ทุกครั้งที่เอ่ยถึงโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ฯ จะนิยามได้ถึงความสะดวก เพราะแต่เดิมการบริการในโรงพยาบาลมีเพียงรูปแบบเดียว ที่ผู้ป่วยจำเป็นต้องเดินทางไปตรวจรักษา และนัดหมาย ที่โรงพยาบาลเพียงเท่านั้น ซึ่งหากผู้ป่วยมีจำนวนมาก และเข้ารับการตรวจในช่วงเวลาเดียวกันก็จะเกิดปัญหาคอขวดขึ้น การที่มีนวัตกรรมเข้ามามีส่วนช่วยในเรื่องการนัดหมายลดความแออัดตามช่วงเวลาได้” นพ.สุผล กล่าว

นพ.สุผล กล่าวต่อไปว่า ในส่วนหน่วยบริการนวัตกรรมทั้ง 7 หน่วยที่เป็นของภาคเอกชน หลังเริ่มโครงการได้ 4 เดือนมีคลินิกเอกชนเข้าร่วมโครงการฯ เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี คลินิกที่เข้าร่วมยังไม่เพียงพอกับประชาชนใน จ.นครราชสีมา และยังมีความต้องการให้คลินิกเอกชนเข้าร่วมอีกจำนวนมาก รวมถึงตั้งเป้าไว้ว่าอยากผลักดันให้คลินิกเอกชนที่เข้าร่วมโครงการฯ กระจายทั่วทั้งจังหวัดทุกอำเภอ เพื่อไม่ให้กระจุกอยู่เพียงในเมืองเท่านั้น 

“เชื่อว่าหากคลินิกเวชกรรม คลินิกทันตกรรม และร้านยา หากเข้าร่วมโครงการฯ เพิ่มขึ้นจะมีผลดีต่อประชาชนอย่างมาก เพราะประชาชนจับต้องได้ มีผู้ป่วยเข้าใช้บริการจำนวนมาก ทั้งนี้คลินิกวิชาชีพอื่นเองมีความสำคัญเช่นกันและต้องการให้เข้าร่วมโครงการเพื่อเป็นประโยชน์ต่อประชาชน” นพ.สุผล ระบุ

นายแพทย์ สสจ.นครราชสีมา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ จากผลสำรวจของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในเรื่องเสียงสะท้อนของประชาชนต่อโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ฯ พบว่า มีความพึงพอใจสูงมาก ส่วนข้อติดขัดที่พบคือเรื่องผู้สูงอายุยังไม่คุ้นชินกับเทคโนโลยี ทำให้มีข้อติดขัดอยู่บ้าง

“อยากขอบคุณ สปสช. ที่ร่วมผลักดันนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว ทำให้มีหน่วยนวัตกรรมทั้ง 7 วิชาชีพเข้าร่วมโครงการโดยมีค่าชดเชยให้ ซึ่งช่วยลดภาระของประชาชนที่ต้องมาโรงพยาบาลได้ อยากชื่นชม สปสช. ในส่วนนี้” นพ.สุผล กล่าวในตอนท้าย