ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

​นายกรัฐมนตรีประชุมติดตามการแก้ไขปัญหายาเสพติด จี้กระทรวงสาธารณสุข แก้ไขกฎกำหนดปริมาณเพื่อเสพฯ โดยปรับลดให้เหลือ 1 เม็ด พร้อมแก้ไขประกาศดึง "กัญชา" กลับไปเป็นยาเสพติดประเภท 5 ให้ใช้เพื่อการแพทย์-สุขภาพเท่านั้น ย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้น ใช้ทุกวิถีทางในการปราบปรามยาเสพติด พร้อมสั่งรายงานความคืบหน้าภายใน 90 วัน


เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ประชุมหารือการแก้ไขปัญหายาเสพติด ร่วมกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดย นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยสาระสำคัญสรุป ดังนี้ 

นายเศรษฐา ได้กล่าวมอบนโยบายว่า ยาเสพติดเป็นเรื่องที่ได้ยินทุกครั้งในการไปลงพื้นที่ ชาวบ้านประชาชนในหลายชุมชนรู้สึกไม่ปลอดภัย เหตุหนึ่งก็เกิดมาจากการที่ยังเห็นคนที่ติดยาหรือกำลังบำบัดเดินอยู่ในชุมชน ซึ่งคนติดยาเหล่านี้ก็หยุดยาเองทำให้การบำบัดไม่สำเร็จ และทำให้พวกเขากลับมาอยู่ในวงจรยาเสพติดอีกครั้ง วันนี้จึงขอให้ทุกหน่วยงานช่วยกันทำงานให้หนักยิ่งขึ้นไปอีก ให้สมกับที่เราประกาศให้ปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ทำให้ยาเสพติดหมดไป โดยจัดการผู้ค้าทั้งรายใหญ่รายย่อยให้ราบคาบ และบำบัดลูกหลานที่ติดยาให้สำเร็จไปด้วยกัน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องการปราบปราม แม้เราจะปราบปรามทำงานอย่างหนัก แต่เหมือนว่าปริมาณยาเสพติดยังมีเข้ามาเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งคงมาจากการที่เรายังไม่สามารถจัดการรายใหญ่ รายย่อยได้ดีพอ ตนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงยุติธรรม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ทำงานร่วมกันให้ดียิ่งขึ้น เพื่อยึดทรัพย์ให้มากขึ้นทั้งรายใหญ่รายย่อย

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงเรื่องปัญหาความไม่ชัดเจนของกฎหมายเรื่องปริมาณยาบ้า และความผิด ทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานมีหลักเกณฑ์ไม่ชัดเจนในการจับผู้เสพ ผู้ค้า จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขแก้ไขกฎกระทรวงกำหนดปริมาณที่ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ โดยปรับลดให้เหลือ 1 เม็ด แทนที่จะเขียนว่าปริมาณเล็กน้อย เพื่อเป็นหลักการให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถทำตามได้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย

และขอให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติต้องสื่อสารกับผู้ปฏิบัติงานให้ชัดเจนว่า ไม่ว่าจะมียาเสพติดกี่เม็ดก็ผิด หากพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นผู้เสพ จะถูกแจ้งข้อหาครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงขอฝากถึงพนักงานสอบสวนทํางานให้หนักขึ้น เพื่อดูเจตนาอีกครั้งว่าเป็นผู้เสพ หรือผู้ค้า

ส่วนเรื่องกัญชาขอให้กระทรวงสาธารณสุขแก้ไขประกาศกระทรวง โดยดึงกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดประเภท 5 และเร่งออกกฎกระทรวงอนุญาตให้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น สำหรับเรื่องการบําบัด ขอให้กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงยุติธรรม ยกระดับประสิทธิภาพงานบําบัดยาเสพติด ทั้งในศูนย์บำบัด เรือนจํา และระบบคุมประพฤติ พร้อมฝากให้ร่วมกันจับผู้ที่หลบหนีการบําบัด หรือบําบัดไม่ผ่านมาดําเนินคดี